26/5/69
“สมเด็จพระพันปีหลวง” ผู้ทรงเป็นป่าที่ให้ความชุ่มชื้นร่มเย็นในหัวใจพสกนิกรชาวไทยสวนสัตว์ธรรมชาติภูเขียว ถิ่นกำเนิดของการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๕ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ โดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นป่าผืนใหญ่ที่ยังคงเหลืออยู่ไม่กี่แห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทรงมีพระราชดำรัสว่า “พื้นที่บนภูเขาเป็นที่ราบสูง กว้างขวาง มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ และยังมีสัตว์อยู่อีกมากมายหลายชนิด เหมาะสมที่จะอนุรักษ์ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และพัฒนาให้เป็นสวนสัตว์ป่าเปิด ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ และส่งเสริมการท่องเที่ยวในอนาคต การที่จะดำเนินการให้เป็นผลสำเร็จนั้น จะต้องยับยั้งไม่ให้ประชาชนบุกรุกป่าและล่าสัตว์ โดยพัฒนาหมู่บ้านบริเวณใกล้เคียงภูเขียวทั้งหมดให้มีความเจริญ พร้อมทั้งส่งเสริมอาชีพให้สามารถดำรงชีพได้อย่างมีความอยู่ดีกินดี ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรับผิดชอบ รักป่าและสัตว์ป่า เพื่อจะได้ช่วยกันดูแล ป้องกันมิให้ราษฎรจากหมู่บ้านอื่น ๆ ขึ้นไปล่าสัตว์ป่า” จากพระราชดำรัสดังกล่าว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงสนองพระราชดำริ โดยเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ เสด็จฯ มาประทับแรม ณ ทุ่งกะมัง เพื่อทรงศึกษาสภาพพื้นที่ด้วยพระองค์เอง โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าตามเสด็จฯ ไปด้วย พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเข้าไปในป่าดิบ ทรงฝ่าพงหญ้าซึ่งมีใบเรียวคมสูงท่วมพระวรกาย ท่ามกลางพื้นดินที่ชื้นแฉะไปด้วยน้ำขัง เพื่อทอดพระเนตรทุ่งหญ้า ซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของป่าภูเขียวทั้ง ๓ แห่ง ได้แก่ ทุ่งกะมัง บึงแปน และภูกระเตียว นอกจากนี้ ยังทรงพระราชทานพระราชวโรกาสให้อดีตนายพรานเข้าเฝ้าฯ ทรงซักถามถึงวิธีการล่า เส้นทางการขึ้นป่า แหล่งล่า และถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการดำเนินงานอนุรักษ์สัตว์ป่าในพื้นที่ป่าภูเขียวต่อไป ต่อมา ได้มีการพระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้ชื่อโครงการว่า “โครงการสวนสัตว์ธรรมชาติภูเขียว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” เพื่อสนองพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชประสงค์จะจัดตั้งสวนสัตว์ธรรมชาติภูเขียว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสทรงมีพระชนมายุครบ ๖๐ พรรษา วันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นของการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติเป็นครั้งแรก ณ บริเวณทุ่งกะมัง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของสวนสัตว์ธรรมชาติภูเขียว นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นองค์ประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณของพรานนักล่าจากหมู่บ้านรอบป่าภูเขียว จำนวน ๖๐ หมู่บ้าน ณ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งได้นำอาวุธปืนมอบและประกาศเลิกการล่าสัตว์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยคำสัตย์ปฏิญาณว่า “ข้าพระพุทธเจ้า จะงดเว้นการล่าสัตว์ป่าและการบุกรุกทำลายป่าโดยสิ้นเชิงและตลอดไป หากข้าพระพุทธเจ้าผิดคำสัตย์ปฏิญาณเมื่อใด ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงได้ลงโทษ ขอให้มีอันเป็นไปภายใน ๓ วัน ๗ วัน” เสียงคำปฏิญาณดังกึกก้องจากอดีตพรานนักล่า ต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ทุ่งกะมัง ป่าภูเขียว เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ในโอกาสปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ เหตุการณ์ครั้งนั้นนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ จาก “ผู้ล่า” สู่ “ผู้พิทักษ์” ทำให้ผืนป่าที่เคยเสื่อมโทรมกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงวางรากฐานการอนุรักษ์สัตว์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติของไทยอย่างยั่งยืน #คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ #สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง #สวนสัตว์ธรรมชาติภูเขียว
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น