12/2/67


 


 


 


 


 

 วันนี้ (๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗) เวลา ๐๗.๓๕ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงเจิมเทียนรุ่ง เนื่องในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันมาฆบูชา

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระสุหร่าย และทรงเจิมเทียนรุ่งที่ทรงพระราชอุทิศถวายพระราชทานไปจุดบูชาพระรัตนตรัยถวายเป็นพุทธบูชาตามพระอารามหลวงต่าง ๆ เนื่องในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันมาฆบูชา จำนวน ๖ วัด ได้แก่
• วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
วัดบวรนิเวศวิหาร
• วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
• วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
• วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร
• วัดนิเวศธรรมประวัติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 ฉลองพระองค์กี่เพ้า ผ้าขิดไหม

ลายนาคอุ้มดาว ปักหงส์สีทอง
.
ผ้าขิดไหม เป็นผ้าทอที่มีวิธีการทําลวดลายบนผืนผ้าด้วยการเพิ่มเส้นด้ายพุ่งเหมือนการจก แต่ผ้าขิดทําลวดลายติดต่อกันตลอดหน้ากว้างของผืนผ้า โดยใช้ไม้แผ่นบาง ๆ ที่เรียกว่า ไม้ค้ํา สอดระหว่างเส้นด้ายยืนงัดช้อนขึ้นเพื่อสอดเส้นพุ่งให้เกิดลวดลาย จึงเรียกกันว่า ลายขิด (ขิด เป็นภาษาพื้นบ้านอีสาน หมายถึง สะกิด หรือ งัดซ้อนขึ้น) นิยมทอในกลุ่มชนเชื้อสายไทยลาวแถบลุ่มน้ําโขง บางส่วนของภาคเหนือและภาคกลาง ลวดลายดั้งเดิมที่นิยมทอ เช่น ลายนาค ลายตะเภาหลงเกาะ ลายดอกแก้ว ลายช้าง ลายเต่า และลายตะขอ เป็นต้น





 


 


 

 วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออกทรงประกอบพิธีสังเวยพระป้าย ทรงเผากระดาษเงิน กระดาษทอง เนื่องในเทศกาลตรุษจีน พุทธศักราช ๒๕๖๗ ณ บริเวณด้านหน้าพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต






FACEBOOK : สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี : We love Her Majesty Queen Suthida Fanpage

 ฉลองพระองค์สากล

พระภูษาแพรวา ลายนาคหัวซุมน้อย
.
ผ้าแพรวา เป็นผ้าทอจากเส้นใยไหม ที่มีลักษณะลวดลายผสมกันระหว่างลายขิดและจกบนผืนผ้า ในกระบวนการขิดจะใช้วิธีเก็บลายขิดบนผ้าพื้นเรียบโดยใช้ไม้เก็บขิด คัดเก็บขิดยกลายโดยต้องนับจำนวนเส้นไหมแล้วใช้ไม้ลายขิดสานเป็นลายเก็บไว้ ในการทอเก็บลายจะแบ่งเป็นช่วง แต่ละช่วงเก็บลายไม่เหมือนกัน ส่วนที่อยู่ตรงปลายต่อกับผ้าเรียบเป็นการเก็บขิดดอกเล็ก ส่วนต่อไปเป็นการเก็บขิดดอกใหญ่ เรียกว่า “ดอกลายผ้า” ใช้ไม้ในการเก็บลายต่างกัน
.
ลวดลายนี้ เป็นผ้าแพรวาเกาะ คือ ผ้าแพรวาที่ที่มีลวดลายและสีสันจากการใช้เส้นไหมที่หลากหลายเกาะเกี่ยวพันกันไปด้วยกรรมวิธีการเกาะลาย หรือการจกสลับสอดเส้นไหม ลวดลายที่ใช้ทอส่วนใหญ่เป็นลายหลักบนผืน ผ้าแพรวา อาจจะทอไม่ให้ซ้ำลายกันเลยในแต่ละแนวก็ได้






 


 


 

 วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ นางพักตร์พิไล ทวีสิน ภริยา นำ สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา และโลก จุมเตียว ปีช จันทมนนี ฮุน มาแนต ภริยา เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต




FACEBOOK : สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี : We love Her Majesty Queen Suthida Fanpage


 วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๗ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ส่งข้อความพระราชสาส์น แสดงความยินดีไปยัง สุลต่าน อิบราฮิม อิบนี อัลมาร์ฮุม สุลต่าน อิซกันดาร์ สุลต่านแห่งรัฐยะโฮร์ ในโอกาสสาบานพระองค์เข้ารับตำแหน่งสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซีย พระองค์ที่ ๑๗ ในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๗

.
สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซีย พระองค์ที่ ๑๗ กรุงกัวลาลัมเปอร์
.
ในโอกาสอันเป็นศุภมงคลที่ฝ่าพระบาทเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซีย พระองค์ที่ ๑๗ หม่อมฉันมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะขอถวายพระพรชัยมงคลและความปรารถนาดีด้วยใจจริง เพื่อฝ่าพระบาททรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงและทรงประสบความสำเร็จในการปฏิบัติ พระราชกรณียกิจทุกประการ ทั้งเพื่อความก้าวหน้าและความเจริญรุ่งเรืองยิ่ง ๆ ขึ้นไปของประเทศ และประชาชนชาวมาเลเซีย
.
ประเทศไทยตระหนักถึงความสำคัญของความสัมพันธ์อันใกล้ชิดเป็นพิเศษระหว่างประเทศและประชาชนของเราทั้งสอง ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจและความเคารพยกย่องซึ่งกันและกันมากว่าหกทศวรรษของความสัมพันธ์ทางการทูตที่มีต่อกัน หม่อมฉันเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าด้วยพระปรีชาสามารถและการนำของฝ่าพระบาท ประเทศไทยและมาเลเซียจะสร้างความเจริญรุดหน้าในการกระชับสัมพันธไมตรีและความร่วมมือในกิจการทุก ๆ ด้านอันยังประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะในด้านการค้า การลงทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการท่องเที่ยว ซึ่งจะนำพาประโยชน์สุขอย่างยิ่งมาสู่ประเทศและประชาชนทั้งสองฝ่ายสืบไป
.
(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว



FACEBOOK : สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี : We love Her Majesty Queen Suthida Fanpage


 ฉลองพระองค์ชุดไทยเรือนต้น

พระภูษาแพรวาลายนาคหัวซุม จกดาว
ผ้าแพรวา เป็นผ้าทอจากเส้นใยไหม ที่มีลักษณะลวดลายผสมกันระหว่างลายขิดและจกบนผืนผ้า ในกระบวนการขิดจะใช้วิธีเก็บลายขิดบนผ้าพื้นเรียบโดยใช้ไม้เก็บขิด คัดเก็บขิดยกลายโดยต้องนับจำนวนเส้นไหมแล้วใช้ไม้ลายขิดสานเป็นลายเก็บไว้ ในการทอเก็บลายจะแบ่งเป็นช่วง แต่ละช่วงเก็บลายไม่เหมือนกัน ส่วนที่อยู่ตรงปลายต่อกับผ้าเรียบเป็นการเก็บขิดดอกเล็ก ส่วนต่อไปเป็นการเก็บขิดดอกใหญ่ เรียกว่า “ดอกลายผ้า” ใช้ไม้ในการเก็บลายต่างกัน
แพรวานาคหัวซุม จกดาว เป็นผ้าแพรวาเกาะ คือ ผ้าแพรวาที่ที่มีลวดลายและสีสันจากการใช้เส้นไหมที่หลากหลายเกาะเกี่ยวพันกันไปด้วยกรรมวิธีการเกาะลาย หรือการจกสลับสอดเส้นไหม ลวดลายที่ใช้ทอส่วนใหญ่เป็นลายหลักบนผืน ผ้าแพรวา อาจจะทอไม่ให้ซ้ำลายกันเลยในแต่ละแนวก็ได้



FACEBOOK : สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี : We love Her Majesty Queen Suthida Fanpage


 ฉลองพระองค์ชุดไทยเรือนต้น

พระภูษาแพรวาลายนาคหัวซุม จกดาว
ผ้าแพรวา เป็นผ้าทอจากเส้นใยไหม ที่มีลักษณะลวดลายผสมกันระหว่างลายขิดและจกบนผืนผ้า ในกระบวนการขิดจะใช้วิธีเก็บลายขิดบนผ้าพื้นเรียบโดยใช้ไม้เก็บขิด คัดเก็บขิดยกลายโดยต้องนับจำนวนเส้นไหมแล้วใช้ไม้ลายขิดสานเป็นลายเก็บไว้ ในการทอเก็บลายจะแบ่งเป็นช่วง แต่ละช่วงเก็บลายไม่เหมือนกัน ส่วนที่อยู่ตรงปลายต่อกับผ้าเรียบเป็นการเก็บขิดดอกเล็ก ส่วนต่อไปเป็นการเก็บขิดดอกใหญ่ เรียกว่า “ดอกลายผ้า” ใช้ไม้ในการเก็บลายต่างกัน
แพรวานาคหัวซุม จกดาว เป็นผ้าแพรวาเกาะ คือ ผ้าแพรวาที่ที่มีลวดลายและสีสันจากการใช้เส้นไหมที่หลากหลายเกาะเกี่ยวพันกันไปด้วยกรรมวิธีการเกาะลาย หรือการจกสลับสอดเส้นไหม ลวดลายที่ใช้ทอส่วนใหญ่เป็นลายหลักบนผืน ผ้าแพรวา อาจจะทอไม่ให้ซ้ำลายกันเลยในแต่ละแนวก็ได้





 


 


 

วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๗ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีตัดหวายลูกนิมิตอุโบสถกลางน้ำ ณ วัดศรีรัตนธรรมาราม อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
---
On 18 January 2024
Their Majesties King Vajiralongkorn and Queen Suthida of Thailand presided over to the inauguration ceremony of Wat Sriratanadhammaram Temple in Bang Phli District, Samut Prakan Province.



 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

 วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เวลา ๑๗.๐๖ น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานเทศกาลตรุษจีนเยาวราช ประจำปี ๒๕๖๗ ณ ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ ๖ รอบ พระชนมพรรษา เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร






 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานพรปีมะโรงงูใหญ่ โดยบทสุดท้ายทรงขึ้นต้นไว้ว่า

“คนจีนว่ามะโรงนี้ปีมังกร” ดังนั้น งานตรุษจีนปีมะโรง ปีนี้จะมี มังกร เป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง ความอุดมสมบูรณ์ ความสุข ความสมหวังและเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชาวจีนและชาวไทยในประเทศไทย
ในเทศกาลตรุษจีน 2567 ที่จะมาถึงนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานพรเป็นพิเศษอีกครั้งหนึ่ง ดัง ลายพระราชหัตถเลขาทั้งภาษาจีนและภาษาไทย ดังนี้ 龙年如意 หลง เหนียน หรู อี้ ความหมาย ปีมังกรให้ได้ดังประสงค์
ดังนั้น เพื่อความเป็นสิริมงคลยิ่ง ร้านภูฟ้าจึงได้ อัญเชิญภาพฝีพระหัตถ์รูปมังกรหน้าตาน่ารัก พร้อมทั้งลายพระหัตถ์พรพระราชทานภาษาจีนมาปักบนกระเป๋าเสื้อโปโลสีแดง นำมาจำหน่ายเป็นของขวัญวันตรุษจีน ปี พ.ศ. 2567 เพื่อให้เทศกาลตรุษจีนเป็นเทศกาลแห่งความสุขสมหวัง เฟื่องฟู ความอุดมสมบูรณ์ มีโชค มีลาภกันถ้วนหน้า



FACEBOOK : ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน


 เรื่องเล่าประทับใจ ของกรมสมเด็จพระเทพฯ และพระสหายเมื่อครั้งเป็นนิสิตใหม่จุฬาฯ

รื่องราวน่าประทับใจ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีและพระสหาย เมื่อครั้งเป็นนิสิตใหม่จุฬาฯ เหตุผลที่พระองค์ทรงเลือกที่จะสอบเข้าคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี ๒๕๑๖ โดยข้อมูลและภาพเหล่านี้ที่มาจากเฟซบุ๊ก หอประวัติจุฬาฯ และเป็นพระราชนิพนธ์ ของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากวารสารจามจุรี “รำลึกถึงเทวาลัยถิ่นอักษร” มีนาคม ๒๕๔๐
สมเด็จพระเทพฯ และพระสหาย เมื่อครั้งเป็นนิสิตใหม่จุฬาฯ
“ข้าพเจ้าสอบเข้าคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๖ เหตุผลใหญ่ที่สอบเข้าคณะนี้ก็คงเหมือนคนอื่นๆ คือเป็นคณะที่คะแนนสูงสุด อีกประการหนึ่งในช่วงที่สอบเข้าข้าพเจ้าไม่ค่อยสบายจึงเลือกคณะที่ไม่ต้องสอบหลายวิชา และไม่ต้องสอบวิชาพิเศษ ถ้าสบายดีคงต้องเลือกคณะที่มีวิชาพิเศษ เช่น โบราณคดี หรือ ครุ-พละเอาไว้ด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าคงต้องติดอักษรฯ เพราะคะแนนออกมาไม่เลวนัก จำได้ว่า เมื่อประกาศผลการสอบ หนังสือพิมพ์ลงข่าวว่า “ที่หนึ่งตกอันดับ” เนื่องจากข้าพเจ้าสอบชั้น ม.ศ. ๕ ได้ที่ ๑ แต่มาเข้าคณะอักษรศาสตร์ได้เป็นที่ ๔
การเรียนปีที่ ๑ เป็นปีที่ข้าพเจ้าคิดว่าเรียนลำบาก แต่ก็ตื่นเต้น ท้าทาย และสนุกสนาน เพราะว่าจะต้องทำความรู้จักอาจารย์และเพื่อนใหม่ๆ มากมาย ทั้งเพื่อนในคณะและต่างคณะ ทั้งที่เป็นรุ่นพี่และรุ่นเดียวกัน บางทีจำไม่ได้ แต่ก่อนเคยอยู่โรงเรียนจิตรลดาซึ่งมีนักเรียนน้อย รู้จักกันหมดทุกคน นับว่าต้องปรับตัวอยู่มาก มานึกย้อนหลังแล้วรู้สึกว่า ครูบาอาจารย์เพื่อนฝูง เขาก็อดทนกับข้าพเจ้าพอใช้ ข้าพเจ้ามักพูดช้าตะกุกตะกัก เขาก็ยอมฟังดี นานๆ ก็ว่าเอาบ้างว่าพูดแบบนี้น่ารำคาญ ต่อมาข้าพเจ้าพูดดีขึ้นก็ชมเชย ครั้นพูดได้ดีแล้ว ข้าพเจ้าเลยไม่ยอมหยุดพูด กลายเป็นคนพูดมาก ทุกชั่วโมงต้องหาเรื่องพูดในห้อง ซักถามอาจารย์บ้าง ตอบคำถามบ้าง การพยายามจดจำชื่ออาจารย์และเพื่อนๆ ให้ได้ บางทีก็ยากสำหรับผู้มาใหม่ อาจารย์บางท่านมีหลายชื่อ ทั้งชื่อจริงและชื่อที่นิสิตตั้ง ก็ต้องจำให้ได้ทั้งสองชื่อหรือหลายชื่อ เมื่อพี่ใช้ให้ไปส่งหนังสือตามโต๊ะจะได้ส่งถูก สำหรับเพื่อน ในวันแรกๆ ก็จำไม่ได้ เช่น ฝาแฝด ป้อม-อ้วน มาคนละทีก็ไม่ทราบว่าใครเป็นป้อมใครเป็นอ้วน…”
จาก “รำลึกถึงเทวาลัยถิ่นอักษร” พระราชนิพนธ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากวารสารจามจุรี มีนาคม ๒๕๔๐
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จฯ มาร่วมกิจกรรมรับน้องใหม่ปี พ.ศ. ๒๕๑๖ พระองค์ทรงเป็นนิสิตใหม่คณะอักษรศาสตร์ที่ชาวจุฬาฯ ภาคภูมิใจยิ่ง
และอีกตอนหนึ่งที่แสดงถึงความมานะในการเรียนรู้ และทรงมีพระอารมณ์ขัน ทรงเรียกการเรียนผ่านเทปเสียงนี้ว่า การเรียนด้วย “เทปาจารย์” ในพระราชนิพนธ์เรื่อง “รำลึกถึงเทวาลัยถิ่นอักษร” ของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
“ระหว่างที่เรียนตั้งแต่ปีที่หนึ่ง ข้าพเจ้าต้องตามสเด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปต่างจังหวัด ไม่สามารถอยู่เรียนได้ครบถ้วน ข้าพเจ้าต้องทำหนังสือราชการขอมหาวิทยาลัยไม่ให้นับเวลาเรียน ซึ่งเขาก็ไม่นับ ถ้าเขานับ ข้าพเจ้าก็ต้องออกไปเรียนมหาวิทยาลัยเปิด วิธีการเรียนของข้าพเจ้าคือส่งคนมาอัดเทปไปฟังเวลาอยู่ต่างจังหวัด ข้าพเจ้าส่งการบ้าน รายงาน และเข้าสอบเหมือนนิสิตอื่น ข้าพเจ้าเรียกอาจารย์ที่พูดในเทปทั้งหลายว่าเทปาจารย์…”
นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าของพระสหายร่วมชั้นปีคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า
“…เรื่องที่ประทับใจมาก คือ การวางพระองค์เป็นเหมือนนิสิตทั่ว ๆ ไป ไม่ทรงถือพระองค์ และทรงเอื้ออารีต่อผู้อื่น เมื่อทรงเข้าศึกษาในคณะอักษรศาสตร์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดาฯ ในสายตาของนิสิตร่วมชั้นเรียน ทรงเป็นเจ้าฟ้าสูงศักดิ์ ในตอนแรก ใครๆ ก็เกร็งและเกรง ไม่กล้าเข้าไปพูดคุยกับพระองค์ กลัวว่าจะใช้คำราชาศัพท์ไม่ถูกต้องจะถูกตำหนิได้ แต่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงวางพระองค์เป็นกันเอง และโปรดให้ปฏิบัติต่อพระองค์เหมือนนิสิตนักศึกษาทั่วไป ไม่ทรงใช้สิทธิพิเศษใดๆ ประกอบกับมีพระอารมณ์ดี มีพระอารมณ์ขันและทรงอนุญาตให้เพื่อนๆ ไม่ต้องใช้ราชาศัพท์ครบถ้วนตามราชประเพณี ทำให้เพื่อนนิสิตกล้าเข้าไปพูดคุย และในที่สุดก็พบว่า สมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์นี้มีน้ำพระราชหฤทัยกว้างขวางเป็นมิตร
ในพระกระเป๋าจะมีของใช้ต่างๆ ให้เพื่อนๆ ขอยืมได้ เช่น กาว กรรไกร หรือแม้แต่ยาดม ทรงชอบเล่นสนุก ครึกครื้น ทรงกีฬา ดนตรีไทย ทรงร่วมกิจกรรมของคณะและมหาวิทยาลัยอย่างแข็งขัน การเรียนก็เอาพระราชหฤทัยใส่และชอบช่วยเหลือเพื่อนๆ เช่น ทรงติว ทรงเก็งข้อสอบ (แม่นมาก) หรือตอบคำถามครูในชั้นเรียนช่วยชีวิตเพื่อนๆ ที่ตอบไม่ได้อยู่เสมอๆ ทรงเป็นนิสิตที่เรียนเก่งมาก แต่ไม่ใช่เรียนอย่างเดียว ทรงทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่วนรวมด้วย…”
จากบทความ “ความทรงจำที่ไม่ลบเลือน” ของ ผศ.ดร.สุกัญญา บำรุงสุข พระสหายร่วมชั้นปีคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหนังสือ “ดั่งดวงแก้ว ส่องสว่าง ทางสายงาม”
“…เวลาทูลกระหม่อมเสด็จฯ ไปต่างประเทศหรือต่างจังหวัด หรือทรงมีพระราชภารกิจอย่างอื่น ทำให้ต้องทรงขาดเรียน พวกเราจะรู้สึกหงอยๆ ไปเหมือนกัน เวลาเรียนจะมีเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานนำเทปมาอัดการเรียนการสอนเก็บไว้ถวายพระองค์ท่าน รวมทั้งเก็บเอกสารประกอบการสอนต่าง ๆ ไว้ด้วย และเมื่อกลับมาเรียนอีกครั้งก็ทรงสามารถต่อเรื่องได้ติดโดยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด การเรียนในระบบเกรดทำให้พวกเราต้องทำงานกันหนักมาก เพราะมีผู้ที่คอยทำให้เกรดสูงอยู่คือ ทูลกระหม่อมนั่นเอง นิสิตรุ่นนั้นจึงต้องขยันกันมาก เพราะไม่เช่นนั้นจะโดนตัดเกรดไป รุ่นนั้นถ้าจำไม่ผิดมีคนได้รับเกียรตินิยมกันมากเหลือเกิน จนเวลารับปริญญา ผู้คนในหอประชุมถึงกับร้องอื้อฮือ เพราะพนักงานอ่านรายชื่อนิสิตที่รับปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งไม่หมดเสียที ก็ปีนั้น คณะอักษรศาสตร์ได้เกียรตินิยมมากเกือบครึ่งรุ่นทีเดียวแหละ… “
จากหนังสือ “เราทั้งผอง อักษรา เทวาลัย” โดย ยุวดี ต้นสกุลรุ่งเรือง
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ได้รับปริญญาอักษรศาสตร์บัณฑิต เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้คะแนนสะสมเฉลี่ย 3.98 เป็นที่หนึ่งของชั้น และได้รับพระราชทานเหรียญทองในฐานะที่ทรงสอบได้คะแนนสูงสุดในกลุ่มบัณฑิตวิชาเอก สาขาประวัติศาสตร์ ผู้ที่จะได้รับพระราชทานเหรียญทองนั้น จะต้องได้รับทุนเรียนดีทุกปีการศึกษา สอบได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และเป็นที่หนึ่งในวิชาเอกนั้นๆ ในระหว่างที่เรียนปริญญาตรีนั้นด้วย
ข้อมูลและภาพจากเฟซบุ๊ก หอประวัติจุฬาฯ