22/4/64

 เมื่อเวลา 18.27 น. วันที่ 19 เมษายน 2564 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง และอักษรสาส์นตราตั้ง

ภาพจาก มติชนออนไลน์







 โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง “รัชกาลที่ ๑๐” พัฒนาชีวิตชาวค้อเหนือ

       ย้อนกลับไปก่อนปีพ.ศ. ๒๕๔๓ พื้นที่บริเวณหนองอึ่งครอบคลุม ๗ หมู่บ้านของ ตำบล ค้อเหนือ อำเภอ เมือง จังหวัด ยโสธร มีสภาพเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปีในช่วงหน้าฝน สร้างความเสียหายทั้งไร่นา ถนนหนทาง ขณะที่หน้าแล้ง น้ำกลับไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค เป็นเหตุให้ชาวบ้านต้องบุกรุกป่าหาที่ทำกินใหม่ สภาพป่าจึงเริ่มเสื่อมโทรมส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่จนต้องอพยพเข้าเมืองใหญ่หวังยกระดับความเป็นอยู่

       เมื่อครั้งที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อทรงเยี่ยมพสกนิกรผู้ประสบอุทกภัยซ้ำซาก ณ โรงเรียนบ้านคำน้ำสร้าง ต.ค้อเหนือ อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ จากปัญหาที่ทรงพบเห็น ทรงมีพระราชดำริให้มีการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่โดยรวม ได้แก่ การขุดลอกหนองอึ่งเพื่อเป็นแหล่งน้ำทำการเกษตรและขยายพันธุ์ปลา, การปรับปรุงสภาพดินโดยรอบหนองอึ่ง โดยปลูกต้นไม้และหญ้าแฝก เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน และฟื้นฟูสภาพป่าโดยรอบหนองอึ่ง เพื่อให้คนอยู่กับป่าได้อย่างเกื้อกูลกัน และเพื่อเป็นการเผยแพร่ความสำเร็จของโครงการพระราชดำริ

       โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดยโสธร เริ่มดำเนินงานในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งมี “ป่าชุมชนดงมัน ๓,๐๐๖ ไร่” เป็นพื้นที่ส่วนสำคัญในพื้นที่โครงการ เพื่อสนองพระราชดำริ “ฟื้นฟูสภาพป่าเพื่อให้คนอยู่กับป่าได้อย่างเกื้อกูล”  จึงได้จัดพื้นที่สาธารณประโยชน์ จำนวน ๓,๐๐๖ ไร่ โดยเรียกขานกันตามท้องถิ่นว่า หนองอึ่ง แหล่งพึ่งพิงปัจจัยด้านอาหารของ ๗ หมู่บ้าน ในตำบลค้อเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร เมื่อฟื้นฟูสภาพป่าดงมันกลับมา ป่าก็มีความอุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้ชาวบ้านสามารถพึ่งพาอาศัยป่าและได้ผลประโยชน์จากป่า ในการเก็บหาของป่ามาเพื่อบริโภค ไม้ใช้สอย ไม้ฟืน รวมถึงการปลูกพืชไร่ และเลี้ยง จึงเป็นธนาคารอาหารของชาวบ้าน ๑๕ หมู่บ้าน ๒,๐๐๐ กว่าครัวเรือน โดยทุกคนสามารถเข้าไปหาของป่าภายใต้การดูแลของส่วนการบริหารงานที่เป็นกรรมการจากแต่ละหมู่บ้านที่บริหารจัดการร่วมกัน

       จากการจัดตั้งโครงการป่าชุมชนดงมัน ทำให้มีการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่และฟื้นฟูป่าแล้ว ในพื้นที่มีผลผลิตการเกษตรและมีของป่าจำนวนมาก เช่น เห็ดโคนในน้ำเกลือ เห็ดเผาะในน้ำเกลือ ไข่มดแดงในน้ำเกลือ น้ำพริกเห็ดระโงก จึงมีการพัฒนาต่อยอดแปรรูปอาหารและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้เก็บได้นานและเป็นการเพิ่มมูลค่า  ต่อยอดเป็นกิจการด้านการแปรรูปอาหารจากป่าชุมชน ภายใต้เครื่องหมายการค้า "วนาทิพย์" ผลิตภัณฑ์จากโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีการรวมกลุ่มสมาชิกองค์กรป่าชุมชนดงมัน เพื่อสร้างงานและรายได้ให้แก่สมาชิกองค์กรป่าชุมชน รวมถึงคืนกำไรเพื่อการคุ้มครองดูแลรักษาป่าโดยองค์กรชุมชนอย่างยั่งยืน 

#สืบสานรักษาต่อยอด

#โครงการพัฒนาพื้นที่หนองอึ่ง

#พัฒนาชีวิตชาวค้อเหนือ






 สมเด็จฯ ผู้ทรงฟื้นฟูโขนโบราณ

การอนุรักษ์ ‘โขน’ 

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ทรงตระหนักถึงความสำคัญว่าเป็นสิ่งล้ำค่า

เมื่อสมเด็จพระเทพฯ ทรงกราบบังคมทูลว่า ช่วงนี้โขนค่อนข้างซบเซา ไม่มีคนดูเลย จะทำอย่างไรดี สมเด็จฯ ทรงบอกว่า 

“ถ้าไม่มีใครดู แม่จะดูเอง”

#เรื่องเล่าข้างโต๊ะทรงงาน เสด็จพระราชดําเนินไปยังบ้านหนองเต่า ตําบลแม่วิน อําเภอสันป่าตอง ทรงพระดําเนินไปยังสถานีเกษตรหลวงพัฒนาชาวเขา พระราชทานถุงของขวัญ ยาชุด และอุปกรณ์การศึกษา แก่ครูและนักเรียนโรงเรียนหนองเต่า โดยชาวไทยภูเขาเผ่ามังทําพิธีสู่พระขวัญ ถวายบายศรีและผูกข้อพระกร จากนั้น เสด็จพระราชดําเนินไปทอดพระเนตรไร่ กาแฟ และไร่นาขั้นบันได ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับนายวันชัย พรหมโชติ หัวหน้าสถานีเกษตรหลวงพัฒนาชาวเขาขุนวางและหนองเต่า เกี่ยวกับการดําเนินงานของโครงการฯ และพระราชทานพระราชดําริกับเจ้าหน้าที่สํานักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท ถึงความเหมาะสมในการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กตามลําห้วย เพื่อกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง อีกทั้งให้น้ำค่อย ๆ ไหลซึมลงในดิน เป็นการยกระดับน้ำในพื้นดินให้สูงขึ้นด้วย




 โครงการพัฒนาเกษตรที่สูง ณ บ้านห้วยตอง และโครงการเกษตรหลวงพัฒนาชาวเขา ณ หมู่บ้านหนองเต่า

เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๒๒ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีไปทรงเยี่ยมโครงการพัฒนาเกษตรที่สูง ณ บ้านห้วยตอง และโครงการเกษตรหลวงพัฒนาชาวเขา ณ หมู่บ้านบริเวณหนองเต่า อําเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่

โครงการพัฒนาเกษตรที่สูงดังกล่าวดำเนินการโดยสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ และได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดําเนินไปทอดพระเนตรต้นท้อ ไร่ถั่ว และโรงเพาะเห็ด โดยมีนายบุญรอด ศุภอุดมฤกษ์ อาจารย์ผู้รับผิดชอบโครงการฯ ของสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ กราบบังคมทูลรายงาน จากนั้น ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดําเนินไปทอดพระเนตรลําห้วยตอง และลําห้วยแม่สะเป๋าะ พระราชทานพระราชดําริแก่นายอนันต์ สงวนนาม เลขาธิการสํานักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท และข้าราชการสํานักงานฯ ถึงความเหมาะสมที่จะก่อสร้างฝายปิดกั้นลําห้วย และทําเหมืองส่งน้ำไปยังที่เพาะปลูก 

จากนั้น เสด็จพระราชดําเนินไปยังบ้านหนองเต่า ตําบลแม่วิน อําเภอสันป่าตอง ทรงพระดําเนินไปยังสถานีเกษตรหลวงพัฒนาชาวเขา พระราชทานถุงของขวัญ ยาชุด และอุปกรณ์การศึกษา แก่ครูและนักเรียนโรงเรียนหนองเต่า โดยชาวไทยภูเขาเผ่ามังทําพิธีสู่พระขวัญ ถวายบายศรีและผูกข้อพระกร จากนั้น เสด็จพระราชดําเนินไปทอดพระเนตรไร่ กาแฟ และไร่นาขั้นบันได ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับนายวันชัย พรหมโชติ หัวหน้าสถานีเกษตรหลวงพัฒนาชาวเขาขุนวางและหนองเต่า เกี่ยวกับการดําเนินงานของโครงการฯ และพระราชทานพระราชดําริกับเจ้าหน้าที่สํานักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท ถึงความเหมาะสมในการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กตามลําห้วย เพื่อกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง อีกทั้งให้น้ำค่อย ๆ ไหลซึมลงในดิน เป็นการยกระดับน้ำในพื้นดินให้สูงขึ้นด้วย






 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นประธานพิธีเปิดตัวหนังสือ “เดอะ ปริ๊นเซส ด็อก ไดอารี่ 2 : บันทึกคุณน้ำหอม สุนัขทรงเลี้ยงของเจ้าหญิง” ซึ่งเป็นหนังสือการ์ตูนทรงนิพนธ์เล่มที่ 2 เป็นการส่วนพระองค์ พร้อมพระราชทานสัมภาษณ์เล่าเรื่องราวความเป็นมา

หนังสือ “The Princess’ Dog Diary : บันทึกคุณน้ำหอม สุนัขทรงเลี้ยงของเจ้าหญิง” เป็นเรื่องราวของ ‘คุณน้ำหอม’ สุนัขทรงเลี้ยง และครอบครัว ถ่ายทอดความน่ารัก และความมุ่งมั่นในการฝึกฝน ความมุ่งมานะ และความมีเมตตากรุณา ผ่านภาพประกอบสวยงามตลอดเล่ม โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงนิพนธ์และทรงเป็นประธานคณะทำงานในการจัดทำหนังสือเล่มนี้อย่างใกล้ชิด พระราชทานคำแนะนำทั้งในส่วนของ เรื่อง ภาพ ตลอดจนการจัดวางองค์ประกอบทางศิลปะต่างๆ เพื่อให้หนังสือนี้มีความสวยงาม สมบูรณ์ เป็นประโยชน์และนำความสุขสู่ผู้อ่านทุกคน

ทั้งนี้หนังสือ “The Princess' Dog Diary 2 : บันทึกคุณน้ำหอม สุนัขทรงเลี้ยงของเจ้าหญิง” ราคา 295 บาท จัดพิมพ์บนกระดาษปอนด์ถนอมสายตาด้วยเทคนิคการพิมพ์ 4 สี ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดจำหน่ายนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณะประโยชน์เพื่อช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่าที่ได้รับผลกระทบจากพิบัติภัยต่างๆ








 (ทูลถาม) เวลาเสด็จไปท่ามกลาง ปชช. ที่เป็นโรคต่างๆ มีวิธีป้องกันตัวอย่างไร ไม่ทรงกลัวติดโรคหรือเพราะเห็นราษฎรจับพระหัตถ์

(ทรงตอบ) ไม่กลัวเพราะรู้จักระวังตัวแต่ก็สะดุ้งเหมือนกันเป็นสัญชาตญาณของคนที่อดไม่ได้ เรื่องนี้เกิดที่สุราษฎร์ธานี นานแล้ว มีคนไม่มีจมูกเลย เขามีน้ำหนองไหลออกมา ไม่มีเบ้าตาเลย หน้าเละ คิดว่าคงเป็นโรคเรื้อน เขาวิ่งเข้ามาหามาจับที่เท้ามากราบ พอเห็นก็ตกใจเหมือนกัน องครักษ์ที่อยู่ข้างๆ ก็สะดุ้งแต่ฉันนึกในใจว่า เรานี่เขานับถือเป็นพ่อเป็นแม่ จะให้เขาเห็นว่าสะดุ้ง หรือไม่อยากให้เข้าเห็นว่าเรากลัวเขา เพราะถ้าเขาเห็น เขาจะต้องเสียใจมาก แววตานี่ เลยนึกในใจว่าทำสะดุ้งไม่ได้เลยถามเขาว่ามีทุกข์อะไร เขาเล่าเขาเป็นอย่างนี้ แล้วสามีเลยทิ้ง อยู่กับแม่แก่และลูก ไม่มีเปลือกตาน้ำตาไหลออกมา มันอักเสบ เพราะไม่มีเบ้าตา จมูกไม่มี พอเห็นความรู้สึกครั้งแรก ก็กลัวใจหายวาบ แต่ก็หวังว่าไม่ได้แสดงออกมา”

 #สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์



 พระราชหฤทัยเพื่อรับมือสถานการณ์โควิด-19

ความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด - 19) และสายพระเนตรที่กว้างไกลที่คาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด - 19) จะอยู่ในประเทศไทยไปอีกช่วงระยะเวลาหนึ่ง จึงได้พระราชทานทรัพย์  อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลหลายแห่งทั่วประเทศ และถุงยังชีพพระราชทนแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด อาทิ

• พระราชทานทรัพย์  

- จำนวน  ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐.- บาท สมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา โรงพยาบาลศิริราช

- จำนวน  ๒,๔๐๗,๑๔๔,๔๘๗.๕๙ บาท ให้แก่โรงพยาบาล วิทยาลัยแพทย์ และสถานพยาบาล ๒๗ แห่ง เพื่อจัดซื้อเครื่องมือ ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์

- จำนวน ๓๔๕,๐๐๐,๐๐๐.- บาท ให้แก่เรือนจำ ทัณฑสถาน และโรงพยาบาลแม่ข่ายของเรือนจำ ๔๔ แห่ง เพื่อจัดซื้อเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์

• พระราชทานโรงพยาบาล   

- สนับสนุนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช  ๒๑ แห่ง เพื่อให้บริการแก่ประชาชนในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ และทหารที่บาดเจ็บจากการต่อสู้ป้องกันประเทศ

- ห้องตรวจหาเชื้อ ให้แก่โรงพยาบาล ๒๐ แห่ง

- อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ตามโครงการเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมือ แพทย์พระราชทานให้กับ ๗๖  จังหวัดและกรุงเทพมหานคร  รวม ๗๗ แห่ง  ๑๒๓ โรงพยาบาล เพื่อรับมือสถานการณ์โรค Covid – 19

ประกอบด้วยเครื่องช่วยหายใจ   ๒๐๐ เครื่อง

เครื่องติดตามการทำงานของหัวใจและสัญญานชีพ.  (ICU Monitor) ๒๘ ชุด

เครื่องเอกซเรย์ดิจิตอล ๑ เครื่อง

เครื่องกำจัดเชื้อโรคและฟอกอากาศบริสุทธิ์ ๒๐ เครื่อง

เครื่องช่วยกดหน้าอกเพื่อฟื้นคืนชีพ ๕ เครื่อง

เครื่องมือช่วยใส่ท่อช่วยหายใจ ๕ ชุด

กล้องส่องทางเดินหลอดลมแบบเคลื่อนที่  ๑ ชุด

โคมไฟผ่าตัดใหญ่โคมคู่ ๑ ชุด

เครื่องสกัดสารพันธุกรรมอัตโนมัติ ๒ เครื่อง

ชุดกันไวรัส PAPR ๔  ชุด

เครื่องวัดออกฃิเจนปลายนิ้ว ๕๐  เครื่อง

หน้ากากอนามัย ๒,๐๐๐,๐๐๐ ชิ้น

Face Shield   ๕๐,๐๐๐  ชิ้น

ชุด PPE  ๗๐๐,๐๐๐ ชุด

• พระราชทานรถ  ประกอบด้วย  รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย  ๒๐ คัน รถพยาบาลกู้ชีพฉุกเฉิน  ๘ คัน และรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัลเคลื่อนที่ ๒ คันเป็นรถคันแรกในประเทศไทย ที่มีระบบ AI Technology (ปัญญาประดิษฐ์) ได้ถูกออกแบบให้มีความปลอดภัยตามมาตรฐานระดับสากล และรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ  ๕ คัน 

•  พระราชทานถุงยังชีพพระราชทาน  ให้กับประชาชน ๗๖ จังหวัด และกรุงเทพมหานคร

 ด้วยความห่วงใยและน้ำพระราชหฤทัยนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระเมตตาต่อปวงชนชาวไทย เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยบรรเทาทุกข์ยาก เป็นที่พึงพิง เป็นน้ำที่หล่อเลี้ยงหัวใจ และเป็นขวัญกำลังใจให้กับประชาชน เพื่อร่วมกันฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ให้ก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน และสิ่งที่สำคัญยิ่งของประเทศไทยนั้นคือ การเพิ่มประสิทธิภาพด้านการแพทย์ การสาธารณสุขไทย ที่ทุกคนเข้าถึงได้ทั่วประเทศไทย

ไม่เพียงแต่ประเทศไทย จะมีสวัสดิการแห่งรัฐที่ดูแลประชาชนในช่วงวิกฤตเช่นนี้ แต่ประเทศไทยยังโชคดีที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่คอยสนับสนุน ดูแล ช่วยเหลือ บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับปวงประชา 

#ทรงพระเจริญ

#พระผู้ปิดทองหลังพระ

#สืบสานรักษาต่อยอด




 “(สมเด็จฯ)ทรงสอนว่า เวลาจะดู ปปช. คนไหนป่วยหรือมีความทุกข์ ให้ดูที่แววตา ที่สีหน้า เพราะแววตาจะบอกทุกอย่าง ให้มองลึกเข้าไป แล้วค่อยๆ คุยกับเขา จะดูเพียงแค่เสื้อผ้าหรือการแต่งกายภายนอกไม่ได้ เพราะเวลามาเฝ้าฯชาวบ้านจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ดีที่สุดอยู่แล้ว"

#เรื่องเล่าข้างโต๊ะทรงงาน

Cr. จากคำบอกเล่าของท่านผู้หญิงพรรณวดี จุฑารัตนกุล นางสนองพระโอษฐ์ จากหนังสือ  "ด้วยพลังแห่งรัก"



 "ลูกของหม่อมฉันหม่อมฉันรักดั่งดวงใจ.. ถ้าได้ช่วยลูก ๆ ให้ได้รับการอบรมและเล่าเรียนในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์แก่บ้านเมืองได้แล้ว หม่อมฉันก็จะรู้สึกอิ่มใจเหมือนกัน"

 “หม่อมฉันมีความตั้งใจอยู่เสมอที่จะนำลูกไปในทางที่ถูกที่ดี สำหรับจะได้เป็นประโยชน์แก่ตัวเองญาติและบ้านเมือง ตัวของหม่อมฉันเองทำประโยชน์อะไรให้บ้านเมืองไม่ได้มาก แต่ถ้าได้ช่วยลูก ๆ ให้ได้รับความอบรมและเล่าเรียนในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่บ้านเมืองได้แล้วหม่อมฉันก็จะรู้สึกอิ่มใจเหมือนกัน”

ข้อความในจดหมายของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ถึงสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า (สมเด็จย่าของในหลวงรัชกาลที่ ๙) เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๔๗๖

#สมเด็จย่า 

#ธสถิตในดวงใจนิรันดร์



 ทั้งสองพระองค์ทรงพระดำเนินเร็วมาก พวกเราตามไม่ทันหอบแฮกๆ “ทูลหม่อมพ่อ” และ “สมเด็จแม่” 

สุดท้ายข้าพเจ้าใช้วิธีเกาะท่าน ไว้แน่น 

แล้วร้องเพลงลูกทุ่ง “ตายแน่คราวนี้ต้องตายแน่ๆ” ปรากฏว่าได้ผล ทรงพระสรวลแล้วทรงหยุดให้

#เรื่องเล่าข้างโต๊ะทรงงาน 

#พระราชดำรัส #สมเด็จพระเทพ





 ๑๓ เมษายน “วันสงกรานต์”

“วันสงกรานต์” นอกจากจะถือเป็น “วันขึ้นปีใหม่” ของไทย ที่คนไทยจะได้ทำบุญ ตักบาตร แล้ว เรื่องหนึ่งที่อยู่คู่กับเทศกาลสงกรานต์ตลอดมา คือ ประเพณี “รดน้ำดำหัว”

พระมหากษัตริย์ไทย ทรงยึดถือความกตัญญูกตเวทีเป็นธรรมะประจำพระราชหฤทัยมาทุกยุคทุกสมัย ครั้นถึงเทศกาลสงกรานต์ นอกจากจะทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทรงพระราชอุทิศแด่สมเด็จพระบรมราชบุรพการีแล้ว ยังมีราชประเพณีหนึ่งที่น่าสนใจยิ่ง คือการพระราชทานเครื่องสรงน้ำ และเครื่องรดน้ำสงกรานต์










 สุโขทัยใต้ร่มพระบารมี






จดหมายถึงในหลวง ????

ด.ญ.รินรัก แซ่โค้ว นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลสุโขทัย เขียนบทร้อยกรอง ถ่ายทอดความรู้สึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 10 ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลจังหวัดสุโขทัย ในวันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2564 เวลา 17.00 น.

 



 พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย (ตอนที่ ๘) : ทฤษฏีใหม่ (๓/๔)

ทฤษฎีใหม่ขั้นที่ ๓

         คือ ติดต่อประสานงาน เพื่อจัดหาทุน หรือแหล่งเงิน เช่น ธนาคาร หรือบริษัท ห้างร้านเอกชน มาช่วยในการลงทุนและพัฒนาคุณภาพชีวิต

         ทั้งนี้ ฝ่ายเกษตรกรและฝ่ายธนาคารกับบริษัทจะได้รับประโยชน์ร่วมกัน คือ

        - เกษตรกรขายข้าวได้ในราคาสูง (ไม่ถูกกดราคา)

        - ธนาคารกับบริษัทสามารถซื้อข้าวบริโภคในราคาต่ำ (ซื้อข้าวเปลือกตรงจากเกษตรกรและมาสีเอง)

        - เกษตรกรซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคได้ในราคาต่ำ เพราะรวมกันซื้อเป็นจำนวนมาก (เป็นร้านสหกรณ์ ราคาขายส่ง)

        - ธนาคารกับบริษัทจะสามารถกระจายบุคลากร (เพื่อไปดำเนินการในกิจกรรมต่าง ๆ ให้เกิดผลดียิ่งขึ้น)

#พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย

#ทฤษฎีใหม่



 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ องคมนตรี เชิญถุงพระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 560 ถุง ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบวาตภัยและได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอกงไกรลาศ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจ?









 [พระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพของ ในหลวง ร.๙ "ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์"]

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า “อัครศิลปิน” เนื่องจากทรงพระปรีชาสามารถในงานศิลปะหลายแขนง หนึ่งในนั้นคือพระอัจฉริยภาพด้าน “การถ่ายภาพ”

    ภาพชินตาของประชาชนคนไทยตลอด 70 ปีทรงครองราชย์ ไม่ว่าจะเป็นการเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆ หรือทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ของใช้ส่วนพระองค์ติดพระวรกายตลอดเวลา นอกจากสมุด ดินสอ และแผนที่ นั่นก็คือ “กล้องถ่ายภาพ”   

จากบันทึกต่างๆ ทำให้เราทราบกันดีว่า ในหลวงรัชกาลที่ ๙ โปรดปรานการถ่ายภาพมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เช่น หนังสือ “กษัตริย์และกล้อง” โดย ศักดา ศิริพันธุ์ (ราชบัณฑิต) จัดพิมพ์โดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในบทยุคการถ่ายภาพเฟื่องฟูสมัยรัชกาลที่ ๙ บรรทัดที่ว่า “ เมื่อพระองค์มีพระชนมพรรษาได้ 8 พรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีได้ซื้อกล้องถ่ายภาพยี่ห้อ Coronet Midget พระราชทานให้พระองค์ ” นับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ทรงถ่ายภาพ

#โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

#ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์